"บ้านปู" ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ดำเนินธุรกิจยั่งยืนสิ่งแวดล้อมยั่งยืน

“บ้านปู” ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ดำเนินธุรกิจยั่งยืนสิ่งแวดล้อมยั่งยืน

“ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อน” เป็นนโยบายหลักที่หลายภาคธุรกิจต้องขับเคลื่อนควบคู่กับการทำธุรกิจ รวมถึง “บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)”มุ่งเน้นการทำธุรกิจตามหลัก ESG (Environmental, Social and Governance)

“ (มหาชน)”ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ บนแนวคิด “ธุรกิจยั่งยืน สิ่งแวดล้อมต้องยั่งยืน”

สมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เล่าว่าการจะทำให้ธุรกิจยั่งยืนได้ ต้องทำให้สิ่งแวดล้อมยั่งยืนด้วย ฉะนั้นการดำเนินงานของบริษัทบ้านปู ทั้ง 10 ประเทศรวมถึงประเทศไทยสนับสนุนทุกภาคส่วนดำเนินธุรกิจตามเป้าหมายระยะยาวด้าน ESG ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของ SDGs ทั้ง 7 ข้อ โดยมุ่งให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ 3 เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสิ่งแวดล้อม ได้แก่

ข้อที่ 7 พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้ (Affordable and Clean Energy) โดยเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้มากกว่า 1.1 GW ภายในปี 2568

ข้อที่ 13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate action) โดยภายในปี 2568 จะลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง7% เมื่อเทียบกับการดำเนินธุรกิจตามปกติสำหรับธุรกิจเหมือง และ 20 % สำหรับธุรกิจไฟฟ้า

ข้อที่ 15 ระบบนิเวศบนบก (Life on Land) ภายในปี 2568 บ้านปูกำหนดเป้าหมายที่จะบรรลุผลกระทบสุทธิเชิงบวกหลังสิ้นสุดการทำเหมืองสำหรับเหมืองที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ(หลังสิ้นสุดการทำเหมืองจะฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้ดีกว่าก่อนเริ่มทำเหมือง)

  • ปี2568ตั้งเป้าEBITDAมากกว่า50%

“บริษัทจะดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Greener & Smarter เน้นการสร้างธุรกิจให้มีกระแสเงินสดจากธุรกิจสีเขียวมากกว่า 50% เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ทั้งการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก การลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและพลังงานเชื้อเพลิงที่สะอาดขึ้น และการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ที่ตอบสนองแนวโน้มและความต้องการพลังงานแห่งโลกอนาคต โดยบ้านปูได้วางเป้าหมายว่าภายในปี 2568 การเพิ่มสัดส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย หรือ EBITDA มากกว่า 50% จะมาจากธุรกิจพลังงานที่สะอาดขึ้นและเทคโนโลยีพลังงาน” สมฤดี กล่าว

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ได้ให้ความสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การจัดการพลังงานและน้ำ และการจัดการมลพิษทางอากาศ ผ่านการจัดโครงการต่างๆ อาทิ “ฐานผลิตแห่งอนาคต” (Pad of the future) ติดตั้งอุปกรณ์วัดปริมาณก๊าซ และอุปกรณ์ดักจับคาร์บอนอัตโนมัติ และลดขนาดสาธารณูปโภครวมที่ปล่อยของเสียในพื้นที่ ในแหล่งก๊าซธรรมชาติมาร์เซลลัส (Marcellus) บริเวณฐานผลิต Trecoske North ส่งผลให้ประหยัดพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซ GHG ออกสู่ชั้นบรรยากาศ

รวมถึงการลดการปล่อย GHG ของโรงไฟฟ้า Zouping และโรงไฟฟ้า Luannan โดยติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมความเร็วรอบของพัดลมที่ปล่องระบายความร้อนและที่เครื่องบดถ่านหิน ทำให้สามารถลดรอบการหมุนได้ในช่วงเวลาที่กำลังการผลิตต่ำ ส่งผลให้ประหยัดพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซ GHG ออกสู่ชั้นบรรยากาศ

  • จัดตั้งคกก.ESGเรดาร์จับทิศทาง

นอกจากนั้นมีการดำเนินโครงการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ซึ่งเป็นโครงการะยะยาวที่เหมืองในอินโดนีเซีย เป็นกิจกรรมอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของ ITM เช่น การสำรวจ การศึกษาภาคสนาม และการรวบรวมพืชพันธุ์ โดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์และวิธีการวิจัยที่พัฒนาขึ้น ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการศึกษานี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาอนุรักษ์พืชพันธุ์ในประเทศอินโดนีเซีย การจัดตั้ง Decarbonization Project Working Group เพื่อศึกษาแนวทางการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ของบริษัท

ล่าสุด จัดตั้งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม (ESG) อย่างเป็นทางการ เพื่อทำหน้าที่คอยให้คำแนะนำในด้านกลยุทธ์ ที่เกี่ยวข้องนโยบาย เป้าหมาย การดำเนินงาน และผลลัพธ์ ตรวจสอบและติดตามการบริหารความเสี่ยง และดูแลเรื่องการเปิดเผยข้อมูล

พิริยะ เข็มพล ประธานคณะกรรมการESG บริษัท บ้านปู จํากัด (มหาชน) เล่าว่าบ้านปู เป็นบริษัทที่ได้มีการดำเนินงานด้าน ESG มาอย่างยาวนาน ซึ่งการจัดตั้งคณะกรรมการ ESG ขึ้นมานี้ จะทำหน้าที่เสมือนเรดาร์จับทิศทาง และร่วมมือกับฝ่ายบริหารในการขับเคลื่อนองค์กรไปในทิศทางที่เหมาะสม โดยเป็นกรรมการอิสระที่มีความรู้ความสามารถในหลายด้าน จึงสามารถนำเสนอข้อคิดเห็นและมุมมองที่มีความเป็นกลางและเป็นประโยชน์แก่ผู้บริหารได้

“คณะกรรมการ ESG จะเป็นผู้คอยให้คำแนะนำในด้านกลยุทธ์ นโยบาย เป้าหมาย การดำเนินงาน และตรวจสอบ ติดตามการบริหารความเสี่ยง รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG ที่สำคัญออกสู่สาธารณะ ซึ่งแนวทางการทำงานของ บริษัท บ้านปู นั้น สอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs และการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC COP) สมัยที่ 26 หรือ COP26 เพราะเป็นการทำงานที่คำนึงถึงการลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อน เพื่ออนาคตพลังงานที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”พิริยะ กล่าว

  • ปี2565ก้าวต่อไปอย่างยั่งยืน

สมฤดี กล่าวเสริมว่า ในปี 2565 นี้ จะเห็นการทำงานตามเป้าหมายด้านการให้บริการพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้น รวมถึงการลดใช้พลังงานจากถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ มุ่งเน้นพลังงานหมุนเวียน และขับเคลื่อนในส่วนของการดำเนินงานที่ทำไปช่วงปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle หรือ EV) ที่ให้บริการยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้ามูฟมี (MovMi) ที่ให้บริการรับส่งลูกค้าตามเส้นทางรถไฟฟ้า ผ่านระบบแอปพลิเคชัน MovMi ลดการใช้น้ำมันที่เป็นฟอสซิล ลดการคาร์บอน ของภูมิภาคลงสอดคล้องกับการประชุม Cop 26 ด้วย

“บ้านปู จะไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG ควบคู่กับการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งบ้านปูจะดำเนินมาตรการในด้านต่างๆเพื่อลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง และมุ่งลงทุนในธุรกิจพลังงานที่สะอาดขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” สมฤดี กล่าว

ขอขอบคุณแหล่งที่มา bangkokbiznews.com

ติดตามข่าวสารและบทความเกี่ยวกับ The Sustainธุรกิจและความยั่งยืน พลังงาน ภาวะโลกร้อน ทรัพยากรธรรมชาติ

thesustain.space

Turnoff
นักเขียนอิสระหลากหลายธุรกิจ เขียนคอนเท้นท์ SEO ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี turnoffweb.com

Just 100 คืออะไร

Previous article

นวัตกรรมเทคโนโลยี สิ่งประดิษฐ์จาก พลังงาน แสงอาทิตย์

Next article

You may also like